อันตรายของ “หนังโป๊” หรือ สื่อลามกอนาจาร (Pornography) และการ Detox จิตใจ
วันนี้ มีหัวข้อที่เป็นปัญหาแต่หลายๆคน เลือกที่จะไม่พูดถึง อาจจะอาย นั่นก็คือ เรื่องของหนังโป๊ เรื่องนี้เกี่ยวกับ คนทั่วไป และเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างตำรวจและอัยการด้วย ในกรณีของคนทั่วไปนั้น ดูหนังโป๊ เพราะอยากดู เพื่อความบันเทิง แต่ตำรวจและอัยการ นั้น “จำเป็น” ต้องดู เพราะ ในคดีเกี่ยวกับเพศ คลิปลามกต่างๆ ต้องใช้เป็นพยานหลักฐานในคดี ถ้าไม่ดู ก็ทำงานไม่ได้ ซึ่ง ไม่ว่าคนเราจะดูหนังโป๊ ด้วยเหตุใด หากเราดูบ่อยๆ ย่อมส่งผลเสียต่อ “สมอง” และ จิตใจ ของเราทั้งสิ้
เริ่มด้วย ปัญหาของหนังโป๊

หนังโป๊ ส่งผลเสียต่อ สมองและจิตใจอย่างไร ?
จริงอยู่ที่เรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่การดูสื่อลามกอนาจารหรือคลิปโป๊ที่มากเกินไปส่งผลเสียคือ ภาวะสมองเสพติด (Brain on Porn) หมายความว่า การดูคลิปโป๊จะกระตุ้นการหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขในสมอง สมองจะต้องการการกระตุ้นที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้รู้สึกพึงพอใจเท่าเดิม คล้ายกับการติดยาเสพติดเลยค่ะ สิ่งนี้จะนำไปสู่ภาวะ “สมองเฉื่อยชา” ต่อความสุขในชีวิตจริง
ข้อเสียอื่นๆ เช่น ลดความมั่นใจในตัวเอง เกิดความหมกมุ่น ทำให้เกิดความวิตกกังวล และอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ และสำหรับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ Secondary Traumatic Stress (STS) ภาวะความเครียดและอาการทางจิตใจที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ได้รับฟังหรือสัมผัสกับเรื่องราวของผู้อื่นที่ประสบเหตุการณ์รุนแรงหรือบอบช้ำทางจิตใจ แม้ตนเองจะไม่ได้เผชิญเหตุการณ์นั้นโดยตรงก็ตาม
ข้อเสียที่รุนแรงกว่านั้น คือ เมื่อดูมากๆ มากเกินไป มันจะทำให้เรายับยั้งชั้งใจไม่อยู่ และเสี่ยงต่อการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับเพศในบางคน

ข้อแนะนำในการขจัดพิษ (Porn Detox )
สำหรับประชาชน และเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างตำรวจและอัยการ ต่างได้รับผลกระทบจากการดูหนังโป๊เช่นเดียวกัน จากกลไกของธรรมชาติของสื่อประเภทนี้ต่อการทำงานของสมอง แต่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ยากกว่า สำหรับ ตำรวจและอัยการ จำเป็นต้องดู และดูเยอะ ดูซ้ำ เนื่องจากต้องใช้ในการทำงาน แถมดูเป็นปีๆ

เราจะ detox อย่างไร ?
สำหรับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย การทราบเกี่ยวกับ ผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดจากลักษณะงาน
และ การฝึกดูแลตนเองอย่างเหมาะสม สามารถช่วยลดผลกระทบด้านจิตใจและพฤติกรรมได้
1. Mindfulness-Based Practice (การฝึกสติและสังเกตอารมณ์ตัวเอง)
* ฝึก “รับรู้แต่ไม่ตัดสิน” ความคิด/อารมณ์ของตนระหว่างทำงาน
* ใช้เทคนิค 5 นาทีต่อวัน เช่น “3 นาทีแห่งสติ (3-minute breathing space)” ก่อนและหลังทำงาน
* ลด cortisol, ลดความเครียดสะสม และเพิ่มสมาธิในงานที่ละเอียดอ่อน
ตัวอย่าง:
ก่อนเริ่มสืบสวนหรือดูหลักฐาน ให้หยุดหายใจลึก 3 ครั้ง แล้วถามตัวเองว่า “ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกอะไร?”
แค่รับรู้ ไม่ต้องแก้ไข
2. Reflective Practice (การทบทวนประสบการณ์อย่างมีสติ)
* หลังปฏิบัติงาน ให้สะท้อนว่า “ภาพหรือเหตุการณ์ไหนกระทบใจฉัน?”
* เขียนบันทึกสั้น ๆ หรือพูดคุยในทีม (debriefing) เพื่อปล่อยอารมณ์อย่างสร้างสรรค์
* ช่วยแยกความรู้สึกส่วนตัวออกจากหน้าที่
* ลดการเก็บสะสมภาพจำ / ความรู้สึกผิด / ความชาเฉย
ตัวอย่าง:
“วันนี้ฉันรู้สึกโกรธตอนเห็นเหยื่อร้องไห้”
“ การดูคลิปวันนี้ฉันมีความรู้สึกหลากหลายและมันทำให้รู้สึกสับสน”
“ฉันไม่จำเป็นต้องแก้ความรู้สึกนั้นตอนนี้ แค่รับรู้และวางไว้ก่อนกลับบ้าน”
3. Peer Support & Supervision (ระบบเพื่อนช่วยเพื่อน และที่ปรึกษาในทีม)
* ตั้งระบบ “debrief session” สั้น ๆ หลังคดีสำคัญ
* ป้องกันการเก็บอารมณ์ลึกและสร้างความไว้ใจในทีม
ตัวอย่าง:
หลังสืบสวนคดีร้ายแรง ให้มี 10 นาทีพูดคุยในกลุ่มเล็กว่า “เหตุการณ์นี้กระทบใครยังไง”
ไม่มีการตัดสินหรือประเมินผล
4. Physical & Lifestyle Care (การดูแลร่างกายพื้นฐาน)
* ร่างกายเป็นด่านแรกของความเครียด ต้องดูแล “วงจรพื้นฐาน”:
* นอนพอ (7-8 ชม./วัน)
* ดื่มน้ำมากพอ
* ออกกำลังกายแบบ cardio 20–30 นาที 3 ครั้ง/สัปดาห์
* ลดคาเฟอีน/แอลกอฮอล์หลังเลิกงาน
5. Seeking Professional Help Early (ขอความช่วยเหลือเร็ว ไม่รอให้สาย)
* งานวิจัยพบว่าตำรวจส่วนใหญ่ไม่กล้าขอความช่วยเหลือเพราะกลัวถูกมองว่าอ่อนแอ
* การฝึกให้เห็นว่า “การดูแลจิตใจเป็นความเข้มแข็ง” คือการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร
* พบเพื่อพูดคุยกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการมีเวลาหยุดพักเพื่อ รีเซ็ตป้องกันวงจรของการเสพติด อาจทำได้โดย
ใช้กระบวนการที่เราจะหยุดเสพสื่อลามกอนาจารอย่างเด็ดขาดในช่วงเวลาหนึ่ง รวมถึงการดูแลตัวเอง เพื่อให้สมองและจิตใจได้ “รีเซ็ต” ตัวเองกลับสู่สภาวะปกติ เปรียบเสมือนการดีท็อกซ์สารพิษออกจากร่างกาย แต่ในที่นี้คือการดีท็อกซ์สิ่งเร้าที่ทำร้ายสมองและจิตใจของเรา ซึ่งมีขั้นตอนเบื้องต้นดังนี้
1.กำจัดสิ่งกระตุ้น (Eliminate Triggers): ลบไฟล์หนังโป๊ทั้งหมด ยกเลิกการติดตามบัญชีโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้อง หรือใช้แอปพลิเคชันบล็อกเว็บไซต์ลามกอนาจาร สร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการกลับไปเสพอีก
2.หาทางระบายที่ดีต่อสุขภาพ (Find Healthy Outlets): เมื่อรู้สึกมีความต้องการ ให้หากิจกรรมอื่นทำแทน เช่น ออกกำลังกาย, พูดคุยกับเพื่อนหรือคนรัก หรือทำงานอดิเรกที่สร้างสรรค์
3.ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ (Seek Professional Help): หากรู้สึกว่าทำด้วยตัวเองได้ยาก การปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์เป็นทางเลือกที่ดีในการดูแลตัวเอง
สุดท้ายนี้ เมื่อการเสพสื่อลามกมากเกินไป เริ่มส่งผลต่อสุขภาพและความสัมพันธ์ในชีวิตจริง การติดหนังโป๊ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ และ การได้รับผลกระทบทางอารมณ์หรือจิตใจจากลักษณะงานไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็น “ภาวะปกติของมนุษย์” ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมกดดันและต้องเผชิญความรุนแรงทางอารมณ์อยู่บ่อยครั้ง การดูแลตัวเอง (self-care) และการปรึกษานักจิตวิทยาจึงไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ หากแต่เป็น ทักษะความเข้มแข็งของผู้เชี่ยวชาญ ที่กล้ายอมรับและจัดการผลกระทบอย่างมีสติ เพื่อคงไว้ซึ่งสมดุล สุขภาวะ และคุณภาพของงานในระยะยาว.

อ้างอิง
1.Mindfulness-based resilience training for law enforcement officers (Trials Journal, 2020)
2.Reflective practice as self-care for sexual offence investigators (OpenLearn)
3. First Responder Mental Health and Wellness Research Development
4. Acceptability of stress notification and self-help therapies among law enforcement officers
5. Police Attitudes Toward Seeking Professional Mental Health Treatment




Leave a Reply